Mercedes OM601

เครื่องยนต์ดีเซล Mercedes OM601: รุ่นย่อย สเปก และวิเคราะห์ปัญหา

Mercedes-Benz OM601 เป็นตระกูลเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบเรียงแบบฉีดเชื้อเพลิงทางอ้อม ใช้ในรถยนต์นั่งและรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก มีรุ่นหายใจธรรมชาติขนาด 2.0, 2.2 และ 2.3 ลิตร รวมถึง OM601.970 ขนาด 2.3 ลิตรที่ติดเทอร์โบ พบใน W201 190 D, W124 200 D, W202 C 200 Diesel, รถตู้ T1/T2, Sprinter รุ่นแรก และ Vito W638

รหัส OM601 ไม่ได้หมายถึงสเปกเดียวกันทั้งหมด รุ่น 601.921 สำหรับอเมริกาเหนือมีความจุต่างจาก 601.911 ของยุโรป ส่วนรุ่นสำหรับรถพาณิชย์ที่มาภายหลังมีกำลังและข้อกำหนดการติดตั้งต่างกัน เอกสารบริการของ Mercedes-Benz ยังบันทึกการเปลี่ยนแปลงระหว่างการผลิตและเงื่อนไขการซ่อมเฉพาะ การนำไปใช้ต้องดูรุ่นเครื่อง ปีผลิต และบางครั้งรวมถึงอะไหล่ที่ติดตั้งอยู่จริง

ข้อมูลเครื่องยนต์

Mercedes-Benz OM601

ตระกูลเครื่องยนต์OM601
รูปแบบดีเซล 4 สูบเรียง
ความจุ2.0, 2.2 และ 2.3 ลิตร
ระบบเผาไหม้ฉีดผ่านห้องเผาไหม้ล่วงหน้า
ระบบอัดอากาศหายใจธรรมชาติ; เทอร์โบ 601.970

รหัสเครื่องยนต์ OM601 และรุ่นรถที่ใช้

Mercedes-Benz ใช้เลข 601 ระบุตระกูลเครื่อง และเลขอีกสามหลักระบุรุ่นย่อย ชื่อรุ่นรถหรือรหัสตัวถังอย่างเดียวอาจไม่พอ เช่น W201 รหัส 201.122 ปรากฏทั้งในเอกสาร 190 D 2.0 ยุโรปและ 190 D 2.2 อเมริกาเหนือ ต้องใช้รหัสเครื่องยนต์เต็มเมื่อเลือกชิ้นส่วนภายในหรืออ้างอิงประกาศซ่อม

รหัสเครื่อง ความจุเครื่องยนต์ รุ่นรถที่มีเอกสารยืนยัน รูปแบบ
601.911 1,997 ซีซี 190 D (W201) 2.0 ลิตร หายใจธรรมชาติ
601.912 1,997 ซีซี 200 D และ E 200 Diesel รุ่นหลัง (W124); 200 TD แวกอน (S124) 2.0 ลิตร หายใจธรรมชาติ
601.913 1,997 ซีซี C 200 Diesel (W202) 2.0 ลิตร หายใจธรรมชาติ
601.921 2,197 ซีซี 190 D 2.2 (W201) ตลาดอเมริกาเหนือ 2.2 ลิตร หายใจธรรมชาติ
601.940 2,299 ซีซี รถเพื่อการพาณิชย์ T1/TN 2.3 ลิตร หายใจธรรมชาติ
601.941 2,299 ซีซี 508 D (T2/LN1, 667.361/667.362) 2.3 ลิตร หายใจธรรมชาติ
601.942 2,299 ซีซี Vito 108 D (W638) 2.3 ลิตร หายใจธรรมชาติ
601.943 2,299 ซีซี Sprinter 208 D, 308 D และ 408 D 2.3 ลิตร หายใจธรรมชาติ
601.970 2,299 ซีซี Vito 110 D/110 TD และ V 230 TD (W638) 2.3 ลิตร เทอร์โบ

190 D 2.2 ที่ขายในอเมริกาเหนือมีช่วงผลิตค่อนข้างสั้น แต่ระยะเวลานี้ไม่ใช่ช่วงผลิตทั้งหมดของตระกูล OM601 เช่นเดียวกัน การที่แค็ตตาล็อกอะไหล่แสดง Vito หรือ Sprinter ถึงปีหนึ่ง ไม่ได้พิสูจน์ว่ารถใหม่ทุกคันยังใช้เครื่องนั้นจนถึงปีดังกล่าว ต้องอ้างอิงเลขต่อท้ายเครื่อง รุ่นรถ และตลาดจำหน่าย

ชื่อ “200 TD” ของ S124 หมายถึงรถตัวถังแวกอนเครื่องดีเซล ไม่ได้บ่งบอกว่ามีเทอร์โบโดยอัตโนมัติ ต่างจาก Vito ที่ใช้ 601.970 ซึ่งเป็นรุ่นเทอร์โบแยกต่างหาก

กำลัง แรงบิด และความแตกต่างของแต่ละรุ่น

ขนาดกระบอกสูบ × ช่วงชักของรุ่น 2.0 ลิตรคือ 87 × 84 มม. รุ่น 2.2 ลิตร 601.921 คือ 87 × 92.4 มม. และรุ่น 2.3 ลิตรคือ 89 × 92.4 มม. ค่ากำลังและแรงบิดต่อไปนี้อ้างอิงรถหรือข้อมูลแค็ตตาล็อกที่ระบุเท่านั้น ไม่ควรนำมารวมเป็นช่วงกำลังหรือแรงบิดสากลของ OM601

เครื่องยนต์และรุ่นรถ กำลัง แรงบิด ขอบเขตแหล่งข้อมูล
601.911 — 190 D สเปกรุ่นแรก 53 kW ที่ 4,600 รอบ/นาที 123 Nm ที่ 2,800 รอบ/นาที คลังประวัติ Mercedes-Benz
601.911 — 190 D ตั้งแต่มีนาคม 1989 55 kW ที่ 4,600 รอบ/นาที 126 Nm ที่ 2,700–3,550 รอบ/นาที คลังประวัติ Mercedes-Benz
601.912 — 200 D สเปกรุ่นแรก 53 kW ที่ 4,600 รอบ/นาที 123 Nm ที่ 2,800 รอบ/นาที คลังประวัติ Mercedes-Benz
601.912 — 200 D ตั้งแต่กุมภาพันธ์ 1989 55 kW ที่ 4,600 รอบ/นาที 126 Nm ที่ 2,700–3,550 รอบ/นาที คลังประวัติ Mercedes-Benz
601.913 — C 200 Diesel (W202, 202.120) 55 kW (75 PS) 130 Nm ที่ 2,000–3,600 รอบ/นาที คลังประวัติ Mercedes-Benz รุ่นใช้ปี 1993–1995
601.921 — 190 D 2.2 อเมริกาเหนือ 54 kW ที่ 4,200 รอบ/นาที (72 SAE hp) 130 Nm ที่ 2,800 รอบ/นาที คู่มือเครื่องยนต์โรงงาน Mercedes-Benz
601.940 — T1 2.3 รุ่นที่ยืนยันกำลัง 58 kW 58 kW ที่ 3,800 รอบ/นาที 157 Nm ที่ 2,000–2,800 รอบ/นาที จากข้อมูลรอง ข้อมูลรองในอดีต ต้องตรวจรุ่นที่ติดตั้งจริง
601.941 — 508 D 58 kW 157 Nm ที่ 2,000 รอบ/นาที แค็ตตาล็อกผู้ซ่อมสร้างเครื่องยนต์
601.942 — Vito 108 D 58 kW 152 Nm ที่ 2,300–3,000 รอบ/นาที จากข้อมูลรอง แค็ตตาล็อกอะไหล่และรถยนต์
601.943 — Sprinter 208 D / 308 D 58 และ 60 kW ในการติดตั้งคนละแบบ ไม่ได้ยืนยันแยกทุกกำลัง แค็ตตาล็อก Meyer Motoren ตามรุ่นที่ติดตั้ง
601.970 — Vito 110 D / V 230 TD 72 kW ที่ 3,800 รอบ/นาที ข้อมูลรองขัดแย้ง ยังไม่มีค่าโรงงานเดียวที่ยืนยัน แค็ตตาล็อกเทอร์โบและเครื่องยนต์

คลังข้อมูล Mercedes-Benz ระบุการเปลี่ยนสเปกกำลังของ 190 D 2.0 ในเดือนมีนาคม 1989 และของ W124 200 D ในเดือนกุมภาพันธ์ 1989 ดังนั้นเครื่องที่มีรหัสต่อท้าย 601.911 หรือ 601.912 เหมือนกันอาจให้กำลังโรงงานไม่เท่ากัน รหัสต่อท้ายอย่างเดียวจึงยืนยันการปรับจูนของล็อตผลิตภายหลังไม่ได้

แค็ตตาล็อก Meyer Motoren ยืนยันว่า 601.943 ใช้ใน Sprinter 208 D และระบุกำลัง 58 กับ 60 kW ในการติดตั้งคนละแบบ ไม่ใช่ช่วงกำลังต่อเนื่อง คลังข้อมูล Mercedes-Benz ระบุว่า C 200 Diesel W202 (202.120) ใช้ 601.913 กำลัง 55 kW แรงบิด 130 Nm ส่วน 601.970 เทอร์โบ 2.3 ลิตรยืนยันกำลัง 72 kW แต่ตัวเลขแรงบิดในแหล่งข้อมูลรองขัดแย้งกัน จึงไม่ยกค่าใดเป็นตัวเลขโรงงานที่ยืนยันแล้ว และห้ามคาดเดาอุปกรณ์เทอร์โบจากรุ่น 2.3 ลิตรหายใจธรรมชาติ

ข้อมูลทางเทคนิคของ OM601.921

คู่มือซ่อมจากโรงงานที่ระบุรุ่นได้ชัดเจนและครบที่สุดเป็นของ 190 D 2.2 อเมริกาเหนือ เครื่อง 601.921 ขนาดและระบบด้านล่างจึงใช้กับรุ่นและการติดตั้งนี้ ไม่ใช่เกณฑ์ซ่อมมาตรฐานสำหรับ OM601 ทุกรุ่น

รายการ 601.921 / 190 D 2.2
รูปแบบ ดีเซล 4 สูบ เอียง 15°
ความจุเครื่องยนต์ 2,197 ซีซี
กระบอกสูบ × ช่วงชัก 87 × 92.4 mm
อัตราส่วนกำลังอัด 22:1
กำลัง / แรงบิด 54 kW ที่ 4,200 รอบ/นาที / 130 Nm ที่ 2,800 รอบ/นาที
ระบบวาล์ว เพลาลูกเบี้ยวเหนือฝาสูบเดี่ยว สองวาล์วต่อสูบ
ระบบขับเพลาลูกเบี้ยว โซ่ลูกกลิ้งสองแถว
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีด Bosch ควบคุมเชิงกล ฉีดเข้าห้องเผาไหม้ล่วงหน้า
ระบบอากาศ หายใจธรรมชาติ
แบริ่งหลักเพลาข้อเหวี่ยง ห้าตำแหน่ง
ลำดับการจุดระเบิด 1-3-4-2
รอบสูงสุดขณะไม่มีโหลด 4,900–5,100 รอบ/นาที
ระบบหล่อลื่น ปั๊มน้ำมันแบบเฟืองและการกรองทางหลัก/บายพาส
ระบบหล่อเย็น หล่อเย็นด้วยของเหลวและเทอร์โมสตัทบายพาส

Mercedes-Benz ระบุกำลังพิกัด 54 kW ซึ่งเทียบเท่าประมาณ 73 แรงม้าเมตริก (PS) หรือ 72 แรงม้าแบบ SAE ความเร็วรอบสูงสุดขณะไม่มีโหลดไม่ใช่รอบที่แนะนำให้ใช้งานต่อเนื่อง หรือจุดตัดรอบที่ใช้ร่วมกันทุกเครื่องในตระกูล

โครงสร้างทางกล

เสื้อสูบ เพลาข้อเหวี่ยง และปั๊มน้ำมันเครื่อง

เพลาข้อเหวี่ยงของ 601.921 รองรับด้วยแบริ่งหลักห้าตำแหน่ง คู่มือ Mercedes-Benz มีวิธีวัดและซ่อมเพลาข้อเหวี่ยง กระบอกสูบ และปลอกสูบ การมีขั้นตอนซ่อมเหล่านี้ไม่ได้เป็นหลักฐานว่าชิ้นส่วนมีข้อบกพร่องจากการผลิตซ้ำ ๆ

ปั๊มน้ำมันเครื่องขับด้วยโซ่ของตัวเอง แยกจากโซ่ราวลิ้นสองแถวที่ขับเพลาลูกเบี้ยว ระบบหล่อลื่นใช้ปั๊มแบบเฟืองและการกรองทั้งทางหลักและบายพาส การสูญเสียแรงดันน้ำมันเครื่องกับเสียงผิดปกติจากชุดราวลิ้นเป็นคนละอาการ แม้ทั้งสองระบบมีโซ่ก็ตาม

ขั้นตอนตรวจผนังกระบอกสูบของโรงงานแยกรอยเส้นตื้น ๆ ที่มองเห็นออกจากความเสียหายจากการติดขัด ไม่ควรตัดสินใจคว้านสูบหรือเปลี่ยนเสื้อสูบจากรอยที่เห็นเพียงอย่างเดียว ต้องดูสภาพพื้นผิวและค่าที่วัดจริง

ชุดวาล์วและระบบชดเชยระยะห่างไฮดรอลิก

เพลาลูกเบี้ยวเหนือฝาสูบหนึ่งตัวควบคุมวาล์วสองตัวต่อสูบ ตัวชดเชยระยะวาล์วไฮดรอลิกถูกปรับปรุงระหว่างการผลิต โดยเริ่มจากเพิ่มความจุห้องน้ำมัน แล้วเปลี่ยนระบบระบายอากาศ เสียงเคาะสั้น ๆ ตอนสตาร์ตเย็นจึงยังใช้ตัดสินสภาพชิ้นส่วนไม่ได้

เครื่องยนต์ดีเซล Mercedes-Benz OM601

ระบบฉีดเชื้อเพลิง ไอดี และอุปกรณ์ควบคุมไอเสีย

OM601 ฉีดดีเซลเข้าห้องเผาไหม้ล่วงหน้าด้วยระบบควบคุมเชิงกล ไม่ใช่ระบบคอมมอนเรลฉีดตรงสมัยใหม่ ขั้นตอนโรงงานรวมถึงการตั้งจังหวะเริ่มส่งเชื้อเพลิง ซึ่งสำคัญหลังซ่อมฝาสูบ โซ่ราวลิ้น หรือปั๊มหัวฉีด

คู่มือ 601.921 เดิมอธิบายระบบระบายไอห้องข้อเหวี่ยงแบบปิด มีตัวแยกน้ำมันในฝาครอบฝาสูบ รถสเปกแคลิฟอร์เนียมีตัวควบคุมสุญญากาศเพิ่มที่ใช้ไดอะแฟรม ดังนั้นแผนผังระบบไอเสียหรือสุญญากาศของแคลิฟอร์เนียจึงไม่ควรใช้กับรุ่นยุโรปหรืออเมริกาเหนือแบบอื่นทันที

อุปกรณ์ควบคุมไอเสียและระบบเทอร์โบต่างกันตามรุ่น OM601.970 มีเทอร์โบ จึงไม่ควรนำสเปกของ 601.921 แบบหายใจธรรมชาติไปใช้กับระบบอากาศอัดหรือการควบคุมบูสต์ แหล่งข้อมูลที่มีไม่เพียงพอจะสรุปประวัติความเสียหายของเทอร์โบครบทั้งหมดหรือระบบไอเสียแบบเดียวกันทุกเวอร์ชัน

ปัญหาที่มีเอกสารยืนยันและการปรับปรุงแบบ

ปัญหาต่อไปนี้อ้างจากประกาศบริการของ Mercedes-Benz การมีประกาศแนวทางซ่อมไม่ได้บ่งบอกความถี่ที่เกิดกับเครื่องทั้งตระกูล บางประกาศครอบคลุมเครื่อง 601/602/603 และเผยแพร่หลังจาก 601.921 อเมริกาเหนือยุคแรกเลิกผลิตแล้ว อาจเกี่ยวข้องกับรุ่นหลังหรืออะไหล่ที่เปลี่ยนภายหลัง แต่ไม่พิสูจน์ว่าเครื่องรุ่นแรกทุกตัวได้รับชิ้นส่วนปรับปรุงจากโรงงาน

เสียงตัวชดเชยวาล์วไฮดรอลิกและการปรับปรุงสองครั้ง

ประกาศ 05/55 เดือนมกราคม 1985 อธิบายตัวชดเชยวาล์วไฮดรอลิกที่มีห้องน้ำมันใหญ่ขึ้น เริ่มใช้ตั้งแต่สิงหาคม 1984 อาการร้องเรียนคือเสียงจากชุดวาล์ว โดยเฉพาะเดินเบาขณะเครื่องเย็น รถรุ่นเก่าสามารถเปลี่ยนชุดตัวชดเชยเป็นแบบปรับปรุงเมื่อมีเหตุจำเป็น

การปรับปรุงแบบ

ตัวชดเชยวาล์วไฮดรอลิก — สิงหาคม 1984

ชิ้นส่วนเดิม
601 050 00 80
ชิ้นส่วนปรับปรุง
601 050 03 25
สิ่งที่เปลี่ยน
ห้องน้ำมันภายในใหญ่ขึ้น
เลขตัวถังแบ่งช่วง W201
A 104388 / F 021529
หลักฐาน
มีเอกสารผู้ผลิต MBNA 05/55

ประกาศ 05/65 ยืนยันการปรับปรุงครั้งที่สอง ตั้งแต่ผลิตเดือนกันยายน 1987 ตัวชดเชยได้รับรูระบายอากาศเพื่อให้ลมออกจากชิ้นส่วนชดเชยแรงดันเร็วขึ้น สามารถใช้เป็นอะไหล่ทดแทนในเครื่องรุ่นเก่าได้ การปรับปรุงนี้ไม่ใช่การเพิ่มห้องน้ำมันของปี 1984

ในเดือนกุมภาพันธ์ 1990 ประกาศ 05/78 กล่าวถึงการเปลี่ยนตัวชดเชยโดยไม่จำเป็น Mercedes-Benz ระบุว่าเสียงติ๊กสั้น ๆ หลังจอดนานหรือสตาร์ตหลายครั้งอาจปกติ สำหรับแบบมีรูระบาย การทดสอบต้องใช้น้ำมันเครื่องประมาณ 80°C ระดับน้ำมันถูกต้อง และวัดช่องว่างระหว่างฐานล่างของลูกเบี้ยวกับตัวชดเชยภายใต้แรงกดเบา ๆ หากช่องว่างเกิน 0.4 มม. ตามวิธีนี้จึงเข้าเกณฑ์เปลี่ยน

ประกาศกำหนดวิธีพิจารณาตัวชดเชยรุ่นเก่าที่ไม่มีรูระบายต่างออกไป จึงต้องระบุแบบที่ติดตั้งก่อนวินิจฉัย เสียงชั่วคราวหลังสตาร์ตไม่ใช่เหตุให้เปลี่ยนตัวใหม่ทั้งชุด แต่เสียงที่ดังต่อเนื่องยังต้องตรวจสอบ

น้ำมันเครื่องรั่วภายนอกบริเวณปะเก็นฝาสูบ

ประกาศ 01-85101 เผยแพร่ครั้งแรกตุลาคม 1985 และมีแก้ไขต่อมา ระบุการรั่วของน้ำมันเครื่องที่มุมขวาด้านหลังของฝาสูบ เป็นทางเดินน้ำมันกลับบริเวณรอยต่อปะเก็น ไม่จำเป็นต้องเป็นการรั่วของห้องเผาไหม้

สำหรับเครื่อง 601 และ 602 Mercedes-Benz กำหนดปะเก็นฝาสูบที่มีวงแหวนโลหะย้ำรอบรูทางกลับน้ำมัน ส่วน 603 ใช้วิธีซีลคนละแบบ เริ่มใช้ในการผลิตเดือนเมษายน 1987 ซึ่งช้ากว่าการติดตั้ง 601.921 อเมริกาเหนือดั้งเดิม จึงต้องมองปะเก็นแบบใหม่นี้เป็นรุ่นที่ปรับปรุงภายหลังหรืออะไหล่ซ่อมที่เข้ากันได้ ไม่ใช่อุปกรณ์ติดรถทุกคันในปี 1984–1985

ผลต่อการซ่อม: หาตำแหน่งรั่วให้ชัดก่อนถอดฝาสูบ การซึมที่รอยต่อภายนอกต่างจากแก๊สเผาไหม้รั่วหรือมีน้ำมันเครื่องเข้าระบบน้ำหล่อเย็น และไม่ควรรวมเป็นสาเหตุเดียวกัน

ความพรุนของฝาสูบและน้ำมันเครื่องปนในน้ำหล่อเย็น

ประกาศ 01-87101 ระบุปัญหาน้ำมันเครื่องเข้าสู่ระบบหล่อเย็นผ่านรูพรุนของฝาสูบบริเวณทางเดินน้ำมันด้านหน้าที่ส่งไปยังแบริ่งเพลาลูกเบี้ยวตัวแรกและตัวชดเชยวาล์ว ครอบคลุมเครื่อง 601, 602 และ 603

เมื่อยืนยันอาการนี้ Mercedes-Benz ระบุให้เปลี่ยนฝาสูบและทำความสะอาดระบบหล่อเย็น เอกสารเตือนว่าการทดสอบแรงดันตามปกติอาจตรวจรูพรุนดังกล่าวไม่พบ ดังนั้นผลทดสอบแรงดันปกติไม่สามารถตัดปัญหานี้ออกได้อย่างเด็ดขาด

น้ำมันซึมภายนอกตามปะเก็นฝาสูบกับน้ำมันรั่วภายในไปยังน้ำหล่อเย็นเป็นคนละเส้นทางเสียและมีการซ่อมต่างกัน ประกาศทั้งสองไม่ได้ให้เปอร์เซ็นต์การเสียรวม หมายเลขประจำเครื่องที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด หรือระยะทางที่ยืนยันว่าเกิดปัญหากับ OM601 ทุกรุ่น

ตัวตั้งสายพานหน้าเครื่อง: โบลต์หลวมหรือแบริ่งแขนสึก

Mercedes-Benz มีประกาศสองฉบับเกี่ยวกับตัวตั้งความตึงสายพานอุปกรณ์หน้าเครื่อง เจ้าของอาจเรียกทั้งสองอาการว่าเสียงกรอบแกรบจากหน้าเครื่อง แต่ทั้งคู่ไม่ได้แปลว่าโซ่ราวลิ้นมีปัญหาโดยตรง

เอกสาร กลไกสาเหตุ อาการที่อาจพบ คำแนะนำการซ่อม Mercedes-Benz
13/1 (พฤศจิกายน 1984) โบลต์แบริ่งอาจคลายจนสัมผัสพูลเลย์ปั๊มน้ำ เสียงชุดสายพาน สายพานเสียหรือขาด พูลเลย์ แขน หรือพัดลมเสียหาย ตรวจโบลต์และส่วนใกล้เคียง เปลี่ยนชิ้นส่วนเสีย แล้วใส่โบลต์ตามขั้นตอนล็อกเกลียวที่กำหนด
13-88071 (1986 แก้ไข 1988) บูชแขนลูกรอกตั้งสายพานสึกจากใช้งานนาน แบริ่งแขนตัวตั้งสึก ใช้แขนรุ่นปรับปรุงที่มีตลับลูกปืนสัมผัสเชิงมุมตามที่เหมาะสม

สำหรับโบลต์แบริ่งเฉพาะที่กล่าวใน 13/1 กำหนดแรงขัน 100 Nm และต้องรอสารล็อกเกลียวแข็งตัวประมาณ 1–2 ชั่วโมงก่อนสตาร์ตเครื่อง ห้ามใช้ตัวเลขนี้กับโบลต์อื่นในระบบสายพานโดยอัตโนมัติ

ประกาศฉบับหลังระบุแขนตัวตั้งรุ่นปรับปรุงหมายเลข 601 200 17 73 เริ่มใช้กันยายน 1985 และสามารถใช้ซ่อมตามเงื่อนไขที่เหมาะสม การตรวจสอบกลไกที่ติดตั้งจริงช่วยหลีกเลี่ยงการซ่อมโซ่ราวลิ้นโดยไม่จำเป็นเมื่อเสียงมาจากสายพานภายนอก

เครื่องยนต์ไม่ดับหลังปิดกุญแจ

ประกาศ 07.1/7 เดือนพฤษภาคม 1984 กล่าวถึงปัญหาเฉพาะของ 601.921 ยุคแรก คือท่อสุญญากาศที่ต่อกับปั๊มอาจหลุด หากวงจรดับเครื่องที่ใช้สุญญากาศขาด เครื่องยนต์อาจยังทำงานต่อแม้บิดกุญแจปิดแล้ว

การแก้ไขในสายผลิตเริ่มกุมภาพันธ์ 1984 ณ หมายเลขตัวถังแบ่งช่วง 1A 070063 Mercedes-Benz แนะนำให้ตรวจการยึดท่อและเปลี่ยนตามจำเป็นในรถเก่า จึงไม่ควรตัดสินว่าปั๊มหัวฉีดเสียภายในทันทีโดยไม่ตรวจข้อต่อภายนอกนี้ก่อน

ท่อหัวฉีดแรงดันสูงรั่วจากการสั่นสะเทือน

ประกาศ 07.1-89011 มกราคม 1989 ระบุการรั่วของท่อหัวฉีดแรงดันสูงสูบ 1–4 ในเครื่อง 601, 602 และ 603 โดยสัมพันธ์กับการสั่นของท่อ จึงกำหนดท่อทดแทนหัวแบบกรวยคู่พร้อมการใส่คลิปพลาสติกยึดท่อให้ถูกต้อง

ท่อหัวฉีด หมายเลขอะไหล่ในประกาศ
กระบอกสูบ 1 601 070 23 33
กระบอกสูบ 2 601 070 24 33
กระบอกสูบ 3 601 070 38 33
กระบอกสูบ 4 601 070 26 33

หมายเลขอะไหล่ที่แสดงเป็นของประกาศฉบับนี้ ไม่ใช่หมายเลขที่ใช้ได้กับ OM601 ทุกเวอร์ชันและปีผลิต คลิปยึดและแนวเดินท่อเป็นส่วนหนึ่งของวิธีแก้ การเปลี่ยนท่อที่รั่วอย่างเดียวอาจไม่กำจัดแรงสั่นที่เป็นสาเหตุ

เครื่องดับหลังวิ่งทางไกล: เชื้อเพลิงอุดตันหรือชุดควบคุมปั๊ม

ประกาศ 07.1-88101 ออกตุลาคม 1988 ปรับปรุงเมษายน 1989 อธิบายอาการเครื่องดีเซลดับเมื่อเหยียบคลัตช์หรือไม่สามารถเดินเบาได้หลังวิ่งทางหลวงต่อเนื่องประมาณ 120–200 ไมล์ โดยแยกสาเหตุเป็นสองแบบ ไม่ใช่สรุปว่าปั๊มหัวฉีดเสียทุกครั้ง

แบบแรกคือรูภายในเรือนกรองเชื้อเพลิงส่วนบนอุดตันจากเศษยาง ไส้กรองหลักตัน หรือซีลแกนกรองรุ่ย วิธีแก้คือล้างรูและเปลี่ยนกรองหลัก แบบที่สองคือตัวควบคุมความเร็วแบบแรงเหวี่ยงในปั๊มหัวฉีดติดขัด การเปลี่ยนปั๊มในกรณีนี้ต้องมีการอนุมัติและตรวจรหัสปั๊มตามประกาศ

Mercedes-Benz ยอมรับปั๊มรหัสผลิต 849 (กันยายน 1988) เป็นรุ่นแก้ไข และรหัส 848 (สิงหาคม 1988) เมื่อมีจุดสีเขียวระบุตัวตน ป้ายระบุปั๊มจริงสำคัญกว่าคำอ้างทั่วไปว่ารถใช้ปั๊มรุ่นใหม่

ข้อสรุปด้านวินิจฉัย: ควรตรวจทางเดินน้ำมันเชื้อเพลิงและกรองก่อนชี้ว่าตัวควบคุมภายในปั๊มเสีย และไม่ควรนำอาการหลังวิ่งทางไกลไปรวมกับปัญหาสตาร์ตเย็นที่ไม่เกี่ยวข้อง

ความเสียหายของชุดขับปั๊มสุญญากาศ

ประกาศ 43/9 กุมภาพันธ์ 1991 กล่าวถึงการตรวจปั๊มสุญญากาศแบบลูกสูบที่กำหนด เมื่อพบลูกกลิ้งหรือแบริ่งปั๊มเสีย Mercedes-Benz สั่งให้ตรวจลูกเบี้ยวขับที่เกี่ยวข้องด้วย หากลูกเบี้ยวเสีย การเปลี่ยนปั๊มอย่างเดียวไม่เพียงพอ

นี่เป็นความสัมพันธ์การตรวจระหว่างชิ้นส่วนที่เชื่อมกันทางกล ไม่ได้พิสูจน์ว่าปั๊มสุญญากาศมีอายุใช้งานเสียที่ระยะทางแน่นอน ต้องยืนยันชนิดและการติดตั้งของปั๊มก่อนใช้ประกาศ

ค่าตรวจวินิจฉัยและความเสี่ยงจากการวิเคราะห์ผิด

ค่าตรวจวินิจฉัยที่น่าเชื่อถือที่สุดสำหรับ 601.921 ยุคแรกคือค่ากำลังอัดและการรั่วกระบอกสูบจากโรงงาน ไม่ควรนำไปใช้กับความจุหรือการติดตั้งแบบอื่นเพียงเพราะเป็น OM601 เหมือนกัน

การทดสอบกำลังอัดและการรั่วของกระบอกสูบ

การทดสอบโรงงาน 601.921 ค่าที่กำหนด
แรงดันกำลังอัดปกติ 24–30 bar
แรงดันกำลังอัดต่ำสุด ประมาณ 15 bar
ความต่างสูงสุดระหว่างสูบ 3 bar
อุณหภูมิน้ำหล่อเย็นขณะวัดกำลังอัด 80°C
การรั่วรวมของสูบสูงสุด 25%
การรั่วผ่านวาล์ว/ปะเก็นฝาสูบสูงสุด 10%
การรั่วผ่านลูกสูบ/แหวนสูงสุด 20%

ขั้นตอน Mercedes-Benz 01-010 และ 01-015 กำหนดอุปกรณ์และสภาวะทดสอบเฉพาะ วัดกำลังอัดผ่านห้องเผาไหม้ล่วงหน้าหลังถอดหัวฉีด โดยหยุดการฉีดน้ำมันขณะหมุนเครื่องด้วยสตาร์ต หากค่าต่ำกว่าขั้นต่ำ คู่มือให้ทดสอบการรั่วเพิ่มก่อนสรุปว่าแหวนลูกสูบ วาล์ว หรือปะเก็นฝาสูบเสีย

ขณะทดสอบการรั่ว ช่างสามารถฟังลมออกทางไอดี ไอเสีย ช่องเติมน้ำมัน ช่องกระบอกสูบข้างเคียง หรือช่องระบบหล่อเย็น คู่มือเตือนว่าช่องปากแหวนลูกสูบที่เรียงตรงกันชั่วคราวอาจทำให้ผลครั้งหนึ่งเพี้ยน ถ้าไม่แน่ใจให้เดินเครื่องเพิ่มและวัดซ้ำ

เปอร์เซ็นต์ที่ระบุเป็นค่าการรั่วที่ยอมรับได้ในเงื่อนไขทดสอบ ไม่ใช่อัตราส่วนของเครื่อง OM601 ที่สึกหรอ การแปลผลต้องใช้อุปกรณ์ปรับเทียบและทำตามขั้นตอนโรงงาน

อาการและระบบที่ควรตรวจ

อาการที่พบ สิ่งที่เอกสารแนะนำให้ตรวจ ข้อแตกต่างสำคัญ
เสียงเคาะสั้นหลังจอดนาน รุ่นตัวชดเชยไฮดรอลิกและวิธีตรวจเสียง เสียงสั้นอาจปกติ แต่เสียงต่อเนื่องเป็นอีกกรณี
เสียงหน้าเครื่องหรือสายพานเสีย โบลต์และแขนตัวตั้งสายพาน พร้อมพูลเลย์ที่อยู่ใกล้ สายพานหน้าเครื่องไม่ใช่โซ่ราวลิ้น
เครื่องไม่ดับด้วยกุญแจ ข้อต่อท่อสุญญากาศดับเครื่องของรุ่นเก่าที่เข้าข่าย ข้อต่อภายนอกต่างจากปั๊มหัวฉีดเสียภายใน
เครื่องดับเมื่อเหยียบคลัตช์หลังวิ่งทางไกล รูเรือนกรอง สภาพกรอง และตัวควบคุมปั๊มตามกรณี เชื้อเพลิงไหลไม่สะดวกต่างจากปั๊มเสียภายใน
มีน้ำมันที่ท่อหัวฉีด สภาพท่อแรงดันสูง แนวเดิน และคลิปพลาสติก ท่อแรงดันสูงรั่วต่างจากข้อต่อท่อไหลกลับแรงดันต่ำ
น้ำมันรั่วนอกฝาสูบด้านหลัง รอยต่อปะเก็นทางกลับน้ำมัน น้ำมันซึมภายนอกต่างจากซีลห้องเผาไหม้/น้ำหล่อเย็น
มีน้ำมันในน้ำหล่อเย็น ตรวจทางรั่วจริง รวมถึงรูพรุนฝาสูบที่มีเอกสารยืนยัน ทดสอบแรงดันปกติอาจยังตัดรูพรุนดังกล่าวไม่ได้
กำลังอัดต่ำ วัดซ้ำให้ถูกเงื่อนไขและทดสอบการรั่วต่อ ผลแรงดันไม่ยืนยันสาเหตุภายในเพียงข้อเดียว

เอกสารของ 601.921 ยุคแรกที่ใช้หัวฉีดควบคุมเชิงกลไม่ยืนยันวิธีวิเคราะห์ด้วยรหัส P-code สมัยใหม่เฉพาะเครื่อง รายการโค้ด OBD-II ทั่วไปจึงใช้แทนการทดสอบเชิงกลไม่ได้

ข้อควรพิจารณาในการบำรุงรักษาและซ่อม

ปริมาณน้ำมันเครื่องและน้ำหล่อเย็นของ OM601.921

งานบริการ 190 D 2.2 / OM601.921
เปลี่ยนน้ำมันเครื่องพร้อมกรอง 6.5 ลิตร
ปริมาณเติมน้ำมันเต็มครั้งแรก ประมาณ 7.3 ลิตร
ระบบหล่อเย็นรวมฮีตเตอร์ ประมาณ 8.5 ลิตร
ตรวจระดับน้ำมันหลังเปลี่ยน อุ่นเครื่อง ดับ รอห้านาที แล้วตรวจด้วยก้านวัด

ประกาศ 18/29 แก้ไขปริมาณน้ำมันเครื่องในการเปลี่ยนพร้อมกรองของเครื่องรุ่นนี้เป็น 6.5 ลิตร หรือประมาณ 7 ควอร์ตสหรัฐ เอกสารเก่าที่ระบุ 6 ควอร์ตสำหรับงานเดียวกันถูกแทนที่ ส่วน 7.3 ลิตรเป็นปริมาณเติมเต็มครั้งแรก ไม่ใช่ปริมาณเปลี่ยนตามปกติ

ประกาศ 01/3 บันทึกการเปลี่ยนก้านวัดน้ำมัน OM601 ในเดือนพฤษภาคม 1984 ให้มีตัวบอกระดับต่ำสุดและสูงสุดแบบพลาสติก Mercedes-Benz ระบุชัดว่าไม่ได้เปลี่ยนความจุน้ำมัน การเปลี่ยนความจุที่อยู่ในประกาศเดียวกันเป็นของเครื่องดีเซลอีกรุ่นหนึ่ง

ปริมาณที่ตรวจยืนยันข้างต้นอ้างอิง 601.921 ใน 190 D 2.2 อ่างน้ำมัน ออยล์คูลเลอร์ และตัวถังอื่นอาจใช้ปริมาณต่างกัน ข้อแนะนำน้ำมันสมัยนั้นยังไม่ยืนยันมาตรฐาน MB-Approval ปัจจุบันหรือระยะเปลี่ยนถ่ายเดียวสำหรับรถนั่งและรถพาณิชย์ OM601 ทั้งหมด ควรดูคู่มือรถตามรุ่นและปีผลิตจริง

โบลต์ฝาสูบและการซ่อมห้องเผาไหม้ล่วงหน้า

คู่มือ Mercedes-Benz ระบุวิธีขันโบลต์ฝาสูบและเกณฑ์มิติ ส่วนประกาศ 01/22b ต่อมาปรับปรุงข้อมูลโบลต์ที่เกี่ยวข้อง ต้องใช้เฉพาะส่วนที่ตรงกับ OM601 ห้ามนำข้อเปลี่ยนแปลงของเครื่องดีเซล Mercedes รุ่นอื่นมาใช้ทันที

ประกาศ 01/13, 58/66 กล่าวถึงแก๊สรั่วรอบห้องเผาไหม้ล่วงหน้าหลังถอดและประกอบใหม่ ขั้นแรกคือเป่าลมให้บริเวณนั้นแห้งเพื่อแยกฟองรั่วจากน้ำมันเชื้อเพลิงที่ระเหย จากนั้นเดินเครื่องอย่างน้อย 15 นาทีที่ 2,500–3,000 รอบ/นาที เพื่อให้ความไม่เรียบเล็กน้อยเข้าที่และซีลได้

หากยังรั่ว เอกสารมีวิธีเก็บผิวบ่าด้วยเครื่องมือเฉพาะ เมื่อฝาสูบยังติดอยู่ ทำได้เพียงครั้งเดียว ความสูงส่วนยื่นของห้องต้องอยู่ที่ 7.6–8.1 มม. เพื่อรักษาระยะห่างจากหัวลูกสูบที่ศูนย์ตายบน การเก็บผิวเพิ่มเติมต้องมีเงื่อนไขอื่น รวมถึงถอดฝาสูบเพื่อวัดละเอียด

ขั้นตอนเหล่านี้ใช้แก้การรั่วที่ยืนยันแล้วหลังซ่อมห้องเผาไหม้ล่วงหน้า ไม่ใช่หลักฐานว่าห้องที่ปกติของ OM601 ต้องคว้านหรือปาดเป็นประจำ การทำโดยไม่จำเป็นอาจทำให้มิติประกอบสำคัญผิดไป

ขอบเขตการโอเวอร์ฮอลและความเข้ากันได้ของอะไหล่

การตัดสินใจโอเวอร์ฮอลควรอาศัยค่ากำลังอัดและการรั่วที่วัดจริง สภาพผนังกระบอกสูบ รอยเสียหาย และประวัติซ่อม คู่มือมีขั้นตอนวัดและปรับแต่งชิ้นส่วนภายใน แต่ไม่ได้ระบุระยะทางที่ต้องโอเวอร์ฮอลเป็นเกณฑ์เดียวกันทุกเครื่อง

การปรับปรุงอะไหล่อาจมีผลต่อการซ่อม ตัวชดเชยวาล์วยุคแรกต่างจากรุ่นมีรูระบายอากาศ ตัวตั้งสายพานอาจใช้แขนพร้อมแบริ่งแบบใหม่ และปะเก็นฝาสูบมีซีลทางกลับน้ำมันปรับปรุง เมื่ออะไหล่เปิดตัวหลังช่วงผลิตแรก ต้องตรวจว่าใช้ร่วมกันได้ อย่าถือว่าหมายเลขอะไหล่ใหม่พิสูจน์ว่าเครื่องรุ่นเก่าทุกตัวมีข้อบกพร่อง

สิ่งที่ผู้ใช้ OM601 รายงาน

เรื่องเล่าจากชุมชนเจ้าของรถช่วยให้เข้าใจอาการและสภาพที่เกิด แต่เป็นหลักฐานคนละระดับกับคู่มือโรงงานและประกาศบริการ Mercedes-Benz

รายงานผู้ใช้ ใน MOTOR-TALK เจ้าของรถเล่าว่า OM601 แรงดันน้ำมันเครื่องหาย มีเสียง และภายหลังพบความเสียหายเกี่ยวกับโซ่ขับปั๊มน้ำมันเครื่อง กรณีนี้ช่วยชี้จุดตรวจเมื่ออาการเกิดร่วมกัน แต่ไม่พิสูจน์อัตราเสียที่เกิดซ้ำหรือสาเหตุของแรงดันตกในทุกเครื่อง

รายงานผู้ใช้ บันทึกสนทนาของเจ้าของ Mercedes กล่าวถึง 190 D 2.2 ปี 1984 ที่ทำงานผิดปกติหลังซ่อมปะเก็นฝาสูบและโซ่ราวลิ้น ผู้ร่วมสนทนาสงสัยจังหวะเพลาลูกเบี้ยวและปั๊มหัวฉีด แต่ไม่มีผลซ่อมสำเร็จที่ยืนยันได้อย่างอิสระ จึงสนับสนุนให้ตรวจงานเดิม ไม่ใช่พิสูจน์สาเหตุแน่ชัด

รายงานเดี่ยวอื่น ๆ กล่าวถึงสตาร์ตเย็นยากหลังซ่อมฝาสูบ ควันและแก๊สรั่วผ่านแหวนมาก น้ำมันรั่วใกล้หัวฉีด และค่าอุณหภูมิน้ำหล่อเย็นผิดปกติ อาการเหล่านี้ไม่เหมือนกัน ข้อต่อท่อน้ำมันไหลกลับแรงดันต่ำต่างจากการรั่วของท่อแรงดันสูงที่สั่นตามประกาศ 07.1-89011 และแก๊สผ่านแหวนมากอย่างเดียวไม่พิสูจน์ว่าแหวนลูกสูบเสีย

หลักฐานจากผู้ใช้: รายงานเหล่านี้ไม่สามารถบอกอัตราเสียของ OM601 ที่เป็นตัวแทนทั้งหมด ระยะเฉลี่ยก่อนโอเวอร์ฮอล หรือความชุกเชิงสถิติของข้อบกพร่องได้ ระยะทางและคำวินิจฉัยเป็นประสบการณ์รายบุคคล

ควรตรวจอะไรบ้างก่อนซื้อรถเครื่อง OM601

  • ยืนยันรุ่นเครื่องให้ชัด ตรวจรหัส 601.xxx เต็ม หมายเลขเครื่อง รวมถึงสเปกรถและตลาดก่อนสั่งอะไหล่หลัก
  • ฟังเสียงตอนสตาร์ตเย็นจริง แยกเสียงตัวชดเชยไฮดรอลิกช่วงสั้นจากเสียงเครื่องกลที่ดังต่อเนื่อง
  • ตรวจสายพานและตัวตั้ง มองหาระยะหลวมของแขน โบลต์หลวม สายพานชำรุด และรอยกระทบที่พูลเลย์ปั๊มน้ำ
  • ระบุตำแหน่งรั่วของน้ำมัน ตรวจรอยต่อหลังฝาสูบตามความเหมาะสม แต่อย่าคิดว่าทุกจุดรั่วคือปะเก็นฝาสูบเสีย
  • ตรวจน้ำมันปนในน้ำหล่อเย็น หาทางรั่วจริง รวมถึงความเป็นไปได้ของรูพรุนฝาสูบที่โรงงานบันทึกไว้
  • ตรวจท่อหัวฉีดและคลิปยึด ต้องไม่รั่วและต้องยึดอย่างถูกต้องไม่ให้ท่อสั่นอิสระ
  • ลองดับด้วยกุญแจ หาก 601.921 ยุคแรกไม่ดับ ให้ตรวจข้อต่อท่อสุญญากาศที่เกี่ยวข้อง
  • ทบทวนประวัติซ่อม งานฝาสูบ ห้องเผาไหม้ล่วงหน้า โซ่ และปั๊มหัวฉีดทำให้การตั้งค่าและรุ่นอะไหล่สำคัญขึ้น
  • เมื่อมีอาการให้วัดจริง ผลกำลังอัดและการรั่วบอกสภาพเครื่องได้มากกว่าระยะทางหรือชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว

การเรียกคืนและการประเมินความน่าเชื่อถือ

ข้อมูลเรียกคืนเพื่อความปลอดภัยของรถ Mercedes ตระกูล 190 ในสหรัฐรวมเรื่องล้อ วงจรไฟเบรก/ครูซคอนโทรล และเบรกจอดรถ ไม่ใช่ข้อบกพร่องทางกลของ OM601 โดยเฉพาะ ในเอกสารที่ตรวจไม่พบการเรียกคืน NHTSA เฉพาะเครื่องยนต์ แต่ไม่ใช่ข้อยืนยันว่าไม่มีในรถ OM601 ทุกประเทศหรือทุกรุ่น

ต้องแยกประกาศซ่อมทางเทคนิคออกจากการเรียกคืนเพื่อความปลอดภัยอย่างเป็นทางการ ประกาศอธิบายสภาพการซ่อมและแนวทางแก้ ไม่จำเป็นต้องแปลว่ามีข้อบกพร่องแพร่หลายหรือมีคำสั่งเรียกคืนตามกฎหมาย

ประเด็นที่มีเอกสารยืนยันโดยตรงสำหรับ 601.921 รุ่นแรก ได้แก่ การปรับปรุงตัวชดเชยระยะห่างวาล์วแบบไฮดรอลิกและปัญหาท่อสุญญากาศที่ใช้ดับเครื่อง ประกาศบริการที่ครอบคลุมตระกูลเครื่องยนต์ยังกล่าวถึงการรั่วของน้ำมันบริเวณฝาสูบ รูพรุนในฝาสูบ ปัญหาและการปรับปรุงตัวตั้งความตึงสายพานอุปกรณ์เสริม การสั่นของท่อฉีดเชื้อเพลิง และปัญหาบางกรณีของการควบคุมจ่ายเชื้อเพลิงแบบกลไก ต้องตรวจสอบขอบเขตการใช้ประกาศแต่ละฉบับแยกกัน

แหล่งข้อมูลทางเทคนิคที่มีไม่พอจะประเมินอายุเฉลี่ยของ OM601 ทั้งหมด ระยะทางตายตัวที่โซ่ราวลิ้นจะเสีย หรือสัดส่วนการเสียหายภายในรุนแรง สำหรับเครื่องแต่ละตัว การระบุรุ่นเต็ม วิธีซ่อมที่ถูกต้อง คุณภาพการซ่อมที่ผ่านมา และสภาพที่วัดได้มีประโยชน์กว่าคะแนนความทนทานที่ไม่มีหลักฐาน

แหล่งข้อมูลและเอกสารทางเทคนิค

ประกาศข้างต้นเป็นเอกสาร Mercedes-Benz ที่นำมาลงซ้ำในเว็บไซต์คู่มือซ่อมของบุคคลที่สาม การพบประกาศซึ่งใช้กับหลายเครื่องในแค็ตตาล็อกรถรุ่นหนึ่ง ไม่พิสูจน์ว่าทุกข้อใช้กับเครื่องทุกคันได้

แหล่งข้อมูลจากประสบการณ์ผู้ใช้

Similar Posts

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *